หากจะกล่าวว่าหลงใหล iPad ตั้งแต่แรกเห็นตอนสตีฟ จ๊อบถือและโชว์ในดูผ่านจอทีวีในงานเปิดตัวเมื่อต้นปีที่ผ่านมาก็คงจะไม่เกินจริงเกินไปนัก เพราะโดยส่วนตัวแล้วระยะหลังมานี้จะชอบการอ่านบนจอ LCD มากขึ้น เนื่องเพราะความงกกลัวเปลืองหมึกต้องมานั่งพริน กอปรกับในปัจจุบันมีเรื่องราวข่าวสารมากมายรอการอ่านอย่างรวดเร็วมากต่อวัน เพราะฉะนั้นการปรับนิสัยให้คุ้นชินกับการอ่านบนวัสดุสะท้อนแสงแทนการอ่านบนกระดาษจะช่วยให้ชีวิตสะดวกขึ้นเยอะ บวกกับระยะหลังมานี้ต้องออนไลน์อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์และ iPhone มากกว่า 10 ชั่วโมงต่อวันด้วยแล้ว ยิ่งต้องการอุปกรณ์ที่คิดว่าใช่และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองค่อนข้างมาก

จนวันหนึ่งได้มีโอกาสมาสัมผัสกับเจ้า iPad ด้วยความบังเอิญผสมตั้งใจ เลยได้มีโอกาสลองใช้ ก็พบว่าความรู้สึกแรกที่มีต่อเจ้าอุปกรณ์ชิ้นนี้มิได้เกินจริง หรือ มิใช่เรื่องของกระแสนิยมแต่อย่างใด แต่ชอบเพราะมัน “ตรง” ใจ “ตรง” ความต้องการอย่างมากนั่นเอง

ด้วยความเป็นคนข่าวจึงชอบติดตามข่าวสารจากสื่อทั้งไทยและเทศโดยเฉพาะข่าวเทคโนโลยี แต่ช่วงนี้เนื่องจากการข่าวการเมืองในประเทศร้อนแรงเหลือเกินจึงอดไม่ได้ที่จะติดตามหาข่าวสารการเมืองไทยในสายตาสื่อนอกเพื่อดูว่าเขามองและคิดกับเราอย่างไร และ iPad ให้การท่องเว็บเป็นไปอย่างสนุกสนานและสะดวกสบายมาก แต่ขอบอกก่อนนะว่า เป็นการท่องเว็บผ่าน WiFi อยู่ที่บ้าน ด้วยรูปทรงที่เป็นเหมือนกระดานชนวน ที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมอื่นใด (ทั้งเมาส์ คีย์บอร์ด หรือปากกา) นอกจากปลายนิ้วของเราเอง ทำให้การใช้งาน iPad เป็นไปด้วยความสะดวก แต่เริ่มตั้งค่า WiFi จากนั้นทุกครั้งที่เปิดสัญญาญเราท์เตอร์ที่บ้าน เจ้า iPad ก็จะออนไลน์เองอัตโนมัติ สะดวก สบายอย่างมาก

จอใหญ่…สัมผัสใหม่…ประสบการณ์ใหม่….เร้าใจกว่า!!!

หน้าจอใหญ่ถึง 9.7 นิ้ว ทำให้การอ่านหรือการมองจอเป็นไปอย่างสบายตามากกว่าบน iPhone มาก (เห็นว่า iPad เท่ากับ iPhone 4 เครื่องมาเรียงต่อกัน) ดังนั้นประสบการณ์การมองจอใหญ่ๆ แล้วมามองจอเล็กนั้น รู้สึกถึงความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด อีกอย่าง เนื่องจากจอ iPad นั้นเป็นจอสี LCD ทำให้จอมันเคลียร์ใสกิ๊ก แลดูสวยดี (แต่อาจไม่เหมาะกับคนที่ไม่ชอบอ่านบนจอ LCD) แต่ข้อเสียประการหนนึ่งของจอแบบนี้คือ ไม่สามารถนำไปใช้งานในที่ที่มีแสงแดดที่ไม่ต้องจ้ามาก (แค่นั่งอยู่ใต้ชายคา) จอก็จะสะท้อนแสงอย่างมาก จนจอ LCD กลายเป็นกระจกส่องหน้าเราดีๆ นี่เอง คือมองเห็นข้อความ รูปภาพที่อยู่ในจอ แต่จะมีแสงสะท้อนมาก ทำให้ต้องแยกประสาทตาอย่างมาก ทำให้อ่านนานแล้วจะมึนศีรษะได้ จึงไม่แนะนำให้ใช้ในที่โล่งแจ้ง

ประสบการณ์การท่องเว็บผ่าน iPad อาจจะไม่ราบรื่น สนุกสนานได้อรรถรสเท่าโน๊ตบุ๊คก็ตรงที่ iPad ไม่มี Flash ทำให้เวลาเข้าเว็บที่มี Flash แล้วเหมือนเว็บมันเสีย จึงพลอยทำให้คนเข้าเสียอารมณ์ไปด้วย แต่เว็บหนึ่งที่เข้ก่อนเลยก็คือ Google โอเคไม่มีปัญหา (เสียดkยอยู่อย่างเดียวคือไม่สามารถพิมพ์คำค้นภาษาไทยได้นั่นเอง)

แต่ทั้งนี้นั้น การท่องเว็บด้วย Safari บนหน้าจอ LCD ขนาด 9.7 นิ้วก็เป็นอีกประสบการณ์ที่น่าประทับใจ รู้สึกแปลกตาเมื่อมองเว็บของหนังสือพิมพ์ The Nation บน iPad

ไม่ว่าจะมองในแนวตั้งหรือตะแคงจอมองในแนวนอน ก็จะเห็นว่าเว็บธรรมดาที่เห็นจนคุ้นตาบนจอคอมพิวเตอร์ ก็ดูสวยมากขึ้นเมื่ออยู่บน iPad

ท่องโลกแอพฯ ที่ชอบ…(แอพฯข่าวนั่นเอง) บน iPad:

อย่างไรก็ดี เมื่อใช้ iPad แล้ว สิ่งหนึ่งที่อยากจะลองมากคือ แอพพลิเคชั่นที่มีมากมายมหาศาลบน iTune ดังนั้นแทนที่จะนั่งท่องเว็บ ผ่าน Safari ก็หันไปลองแอพพลิเคชั่นบน iPad แทน โดยจะเน้นที่แอพพลิเคชั่นของข่าวเป็นหลัก ทั้งของสำนักข่าว ของหนังสือพิมพ์เอง และของผู้รวบรวมและให้บริการข่าว (News Aggregators) ก็พบว่า จอใหญ่กว่า ทำให้การนำเสนอของผู้ให้บริการข่าวนั้นแตกต่างออกจากเดิม และเท่าที่ควานหาแออพลิเคชั่นจากทุกมุมของ iTune for iPad ก็พบว่าแต่ละค่ายก็มีมุมมองในการนำเสนอ “รูปแบบของการนำเสนอข่าว” ที่แตกต่างกันออกไป ก่อนที่จะไปดูในแต่ละราย ที่แน่ๆ รูปแบบที่นำเสนอบน iPad และบน iPhone นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ….

เิริ่มที่ตัวสำนักข่าวก่อนเลย … จะเห็นได้ว่าตอนนี้มีสำนักข่าวหลายรายเริ่มมีบริการข่าวบน iPad กันแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่จะมีบริการข่าวบน iPhone มาก่อนทั้งนั้น ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่ารูปแบบการนำเสนอเนื้อหาของสำนักข่าวเดียวกันมีความแตกต่างกันมากเมื่ออยู่บน iPhone และ iPad

เริ่มกันที่ USA Today ที่มีบริการทั้งบน iPhone และบน iPad แต่จะเห็นได้ชัดเจนวิธีการนำเสนอนั้นต่างกันสิ้นเชิง จอใหญ่ก็ได้เปรียบอยู่หลายขุมจริงๆ

  • USA Today เวอร์ชั่น iPad

USA Today on iPadUSA Today เวอร์ชั่น iPad

  • USA Today เวอร์ชั่น iPhone
  • USA Today for iPhone (Display on iPad)

  • Reuters เวอร์ชั่น iPad

Reuters on iPad

  • Reuters เวอร์ชั่น iPhone
  • Reuters for iPhone (Display on iPad)

    จะเห็นความแตกต่างของการนำเสนอเนื้อหาบน iPad และ บน iPhone ได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ จะเห็นได้ว่าพอมาอยู่บนจอขนาดใหญ่แล้ว ทำให้หน้าตาของนหังสือพิมพ์ออนไลน์น่าอ่านมากขึ้น และให้ความรู้สึกคล้ายๆ กับว่าเรากำลังอ่านหนังสือพิมพ์ในรูปแบบกระดาษอยู่ เพราะการนำเสนอของหนังสือพิมพ์บนจอ iPad ยังคงกลิ่นอายของการจัดหน้าสไตล์ดั้งเดิมอยู่ เพราะในหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ คุณจะได้เห็นหัวข้อข่าวต่างๆ รวดเร็วเพียงแค่ผ่านสายตาในแวบแรก เช่นนี้….

  • The Wall Street Journal เวอร์ชั่น iPad

The Wall Street Journal on iPad

  • The New York Times (Editor’s Choice) เวอร์ชั่น iPad

The New York Times (Editor's Choice) on iPad

  • BBC News เวอร์ชั่น iPad

BBC News on iPad

ทั้งนี้ ข้อดีของการนำเสนอข่าวบน iPad นั้นคือ มีความลึกในการนำเสนอมากกว่า แทนที่ผู้อ่านจะต้องนั่งพลิกเปลี่ยนหน้ากระดาษ แค่เอานิ้วจิ้มไปที่หัวข้อข่าว หรือคอลัมน์ หรือรูปภาพ แม้กระทั่งบนวีดีโอ เท่านั้นหน้าข่าวนั้นๆ ก็จะป็อบอัพขึ้นมาให้อ่านกันอย่างเต็มๆ ทันที ซึ่งบางค่ายก็ออกแบบมาให้เิปิดหน้าใหม่ แต่บางรายก็ใช้หน้าเดิม ซึ่งรูปแบบจะเหมือนการตั้งค่าเว็บ template นั่นแล จะเลือกวิธีการนำเสนอข้อมูลอย่าไรขึ้นกับสไตล์ของแต่ละสำนักข่าว

ข้อดีอย่างหนึ่งของบริการข่าวบน iPad คือ นอกจากจะเก็บเงินค่าแอพพลิเคชั่นได้แล้ว ยังสามารถขายโฆษณาได้ด้วย เนื่องจากโครงสร้างของการนำเสนอนั้นมีหน้าตาคล้ายหนังสือพิมพ์ นั่นคือ มีพื้นที่มากพอที่จะมีโฆษณาที่แลดูสวยงามได้ …

ลองมาดูการเิดินเนื้อหากันบ้าง พอจิ้มตรงเนื้อข่าว หน้าข่าวนั้นก็จะขึ้นมาให้อ่านแบบเต็มๆ กัน

iPad จึงเหมาะแก่การอ่านหนังสือพิมพ์อย่างมาก ….

  • BBBC News

  • Reuters

มาดูข่าวเฉพาะทางกันบ้าง นั่นคือ ข่าวหุ้นและการเงิน คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก Bloomberg ซึ่งหน้าแรกของแอพพลิเคชั่น Bloomberg บน iPad นั้นออกแบบได้สวยงามน่าดูชมจริงๆ

Bloomberg on iPad

หน้าต่อมาของ Bloomberg ก็สวยใช่หยอก เนื่องพราะข่าวที่นำเสนอจะเป็นข่าวสารทางการเงินและข่าวหุ้นเป็นหลัก ฉะนั้น การนำเสนอข่าวประเภทนี้ให้อ่านเข้าใจง่ายย่อมหนีไม่พ้นการนำเสนอด้วยกราฟดังนี้

การนำเสนอของ Bloomberg บน iPad สวยมาก

มาดูที่สำนักข่าวเอพีกันบ้างดีกว่า…สำนักข่าว AP มาแปลกเพราะแทนที่จะนำเสนอในรูปแบบหนังสือพิมพ์ กลับนำเสนอแบบเหมือนโน้ตแปะไว้…พอจิ้มเข้าไปก็เจอกับข่าวและรูปสวยเมื่อดูบนจอ iPad

และเหมือนเช่นเคย แทบทุกเว็บข่าวจะสามารถให้เราแชร์เรื่องไปยังเพื่อนของเราที่ Facebook และ Twitter ได้อย่างสะดวกและง่ายดาย เพียงแต่คุณอาจจะต้องผูกบัญชีกันก่อนในครั้งแรกเท่านั้น ในครั้งต่อไปเพียงกดปุ่ม ‘share’ เท่านั้นก็ส่งได้เลย..

และอีกหนึ่งคุณภาพจากสำนักข่าว AP ก็คือ รูปภาพ…ภาพข่าวของที่นี่สวยดี ลองมาดูกัน ภาพข่าวของ AP บน iPad นั้นมีให้เลือกมากพอๆ กับบนเว็บ แต่เวลา display แล้วมันจะแลดูสวยกว่า (ไม่รู้คิดไปเองไหม) ลองดูเอาละกันนะคะ

สำหรับ ChinaDaily แม้จะมีบริการข่าวทั้งบน iPhone และ iPad แต่รูปแบบของการนำเสนอข่าวยังคงเหมือนกัน คือเน้น ข้อความมากกว่ารูปภาพ (นี่เท่ากับว่าไม่ได้ใช้ศักยภาพและประโยชน์จากเจ้า iPad ได้อย่างเต็มที่อย่างที่ควรจะเป็นนะเนี่ย) ทำให้หน้าตาบริการข่าวแลดูเหมือนหน้าของทวิตเตอร์ไปซะงั้น….

ซึ่งข้อดีของ iPad (และ iPhone) คือ คุณสามารถขยายข้อความขึ้นมาจนใหญ่พอที่คุณจะอ่านสะดวก

นอกจากเว็บของสำนักข่าวเองแล้ว ปัจจุบันคนยังนิยมเสพข่าวจากผู้ให้บริการรวบรวมข่าว (News Aggregators) ซึ่งในปัจจุบันเริ่มมีผู้ใ้ห้บริการหลายรายมากขึ้นทั้งบน iPhone และบน iPad ดูเหมือนว่าเหล่า News Aggregators นี้จะไวกว่าสำนักข่าวเองเสียอีก…

นี่คือตัวอย่างบริการข่าวบน iPad ของบรรดา News Aggregators….

อีกราย…

News Aggregators อีกราย…แต่อ่านไ่ม่ออก…. จะเห็นว่าการจัดวางหน้านั้นจะคล้ายๆ กันหมด…ทั้งนี้ เชื่ออว่าในอนาคตคงจะได้เห็นการจัดหน้าที่ฉีกแนวออกไปบ้าง ตอนนี้อาจเพราะเป็นช่วงเริ่มต้น

และอีกราย… Daily News มีบริการทั้งบน  iPhone และบน  iPad

ข้อดีของการใช้บริการรวบรวมข่าวก็คือ คุณสามารถอ่านข่าวได้จากหนังสือพิมพ์มากกว่าหนึ่งฉบับ ประหยัดเวลา…

นอกจากข่าวแล้วภาพข่าวยังเป็นสินค้าหนึ่งที่สำนักข่าวสามารถทำเงินจากมันได้ และยิ่งได้อุปกรณ์ในการดูภาพสวยๆ อย่าง iPad ช่วยทำให้ภาพข่าวสวยขึ้นอย่างมาก…ไม่เชื่อลองดูด้วยตาคุณเอง…

ยังมีสำนักข่าวและ News Aggregators อีกหลายรายที่มีบริการบน iPhone แล้วแต่ัยังไม่มีเวอร์ชั่น iPad (ณ ตอนที่ทดสอบอยู่นี้ แต่ตอนนี้มีหลายรายแล้วทยอยมีเวอร์ชั่น iPad อาทิ Mashable เป็นต้น)

นี่คือตัวอย่างของบริการข่าวที่มีให้บริการแล้วบน iPhone แต่ยังไม่มีบน iPad เชื่อว่าเร็วๆ นี้คงได้เห็นอย่างแน่นอน…

หน้าตาของการนำเสนอข่าวบน iPad นั้นสวยงาม น่าอ่านจริงๆ เสียดายตรงที่ยังไม่สะดวกนักหากนำ iPad ไปใช้นอกสถานที่ที่ไม่มีสัญญาณ WiFi แต่ปัญหานั้นคงหมดไปเมื่อใช้รุ่น iPad 3G

สรุปคือ โดยส่วนตัวมองเว่า iPad นั้นเป็นอุปกรณ์ที่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเอาไว้บริโภคข้อมูลข่าวสาร แค่เฉพาะจากสื่อกระแสหลักอย่างเดียวที่เล่ามาให้ฟังนี้ก็ทำให้คุณเพลิดเพลินหายเข้าไปในจอเกือบสิบนิ้วนี้ได้นานทีเดียว โชคดีที่แบตเตอร์รี่ของ iPad นี้ใช้ได้นานกว่า iPhone ค่อนข้างมาก คืออยู่ได้ทั้งวันเต็มๆ สบายๆ แต่เวลาชาร์จต้องเสียเวลามากกว่าตอนชาร์จ iPhone  และสิ่งที่แตกต่างอีกอย่างคือ ตอนเสียบ iPad เข้ากับคอมพิวเตอร์เพื่อซิงคน์ข้อมูลจะไม่มีการชาร์จเกิดขึ้น ไม่เหมือน  iPhone แม้ว่า ณ ปัจจุบันเราจะยังไม่สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นตรงจาก iPad เราต้องดาวน์โหลดผ่านคอมพิวเตอร์ (ซึ่งความสะดวกจะน้อยลงไปบา้าง) แต่ก็เชื่อแน่ว่าหากใครที่ใช้ iPhone อยู่แล้วรับรองไม่หลงรัก หรือไม่ชอบ iPad เห็นจะเป็นการพูดไม่จริง …